3.1.10

ย้ายทำเล

Click >> inspiration2010

16.12.09

ของฝากจากทริปปฏิบัติธรรมของมารดา :)

Image Hosted by ImageShack.us

เป็นเรื่องปกติ.. ที่มักจะมีข้อคิดดีๆ กลับมาฝากลูกหลานเสมอ เมื่อมารดาสุดที่รักกลับจากทริปปฏิบัติธรรมกับเพื่อนสาวที่วัด ปีนึงยอมตัดใจอยู่ไกลบ้านไกลลูกตั้ง 3 ครั้ง ครั้งนึงก็ไม่เคยต่ำกว่า 5 วัน แต่เมื่อกลับมา ท่านก็มักจะพกความเงียบสงบ อิ่มเอม และอะไรดีๆ กลับมาด้วยเสมอ และคราวนี้ก็เหมือนกัน ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน หม่ามี๊ก็บอกว่า พระท่านบอก "ใช้ชีวิตให้เหมือนคนปีนเขา อย่าเอาอย่างคนขุดบ่อ" ซึ่งอันนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับเรื่องฐานะ การงาน หรือเงินทอง แค่พระท่านอยากจะสอนว่า

คนปีนเขา ยิ่งปีน ยิ่งสูง ยิ่งสว่าง มองเห็นอะไรได้ชัด มองได้ไกล มองได้กว้าง เป็นมุมที่มองเห็นได้รอบตัว อากาศด้านบนมีแต่สายลมที่ค่อยๆ พัดมาให้สบายตัวสบายใจ แม้ทางขึ้นจะเหนื่อย แต่ลงง่าย

ส่วนคนขุดบ่อ ยิ่งขุด ยิ่งลึก ยิ่งมืด มองอะไรก็ไม่ค่อยเห็น แทนที่เหนื่อยเท่ากันแล้วจะได้มองกว้างๆ เหมือนปีนเขา แต่กลับได้มุมมองที่แคบ อากาศก็แทบไม่มีให้หายใจ อาจจะลงง่ายแต่ก็ขึ้นลำบาก บางคนจมปลักอยู่อย่างนั้น จะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ ต้องฝังตัวเองอยู่ลำพัง ในโลกแคบๆ ที่มีแต่เพียง "ตัวกู" "ของกู"

เพียงรู้จักที่จะปล่อยวาง แล้วมองให้กว้างขึ้น.. ยังมีภูเขาอีกหลายลูกให้เราปีนขึ้นไปยืนอยู่เงียบๆ ไม่ใช่เป็นเพราะได้อยู่สูงกว่าคนอื่น แค่อาศัยที่สูงเพิ่มทัศนวิสัย จะได้มองทุกอย่างได้อย่างชัดเจนขึ้น ก็เท่านั้นล่ะค่ะ :)

ขอบคุณหม่ามี๊คนดีของกระผม----------------------- jubjub

7.12.09

โรงเรียนนอกกะลา


อ่านจบไปตั้งแต่เดือนที่แล้วกับหนังสือ โรงเรียนนอกกะลา ที่เด็กในกะลาครอบอย่างเรา ได้แต่ทำตากริบๆ เพราะผ่านวัย ล่วงวันเวลาของการศึกษาในห้องเรียนมานานโข อิจฉาเด็กสมัยนี้ ที่มีทางเลือกดีๆ ให้หลุดพ้นจากวงจรแบบเดิมๆ อ่านแล้วอยากเป็นทั้งครูอยากเป็นทั้งศิษย์


อยากเป็นครู เพราะเหนื่อยที่เห็นเด็กน้อยหลายคนบ่นว่าเหนื่อย กับการเรียน แค่หลานในไส้คนเดียว เทียวไปเทียวมาเรียนนู่เรียนนี่ ก็ทำเอาปวดขมอง


อยากเป็นศิษย์ เพราะอ่านแนวคิดดีๆ แล้วอยากลองเป็นเด็กที่ได้สัมผัสการเรียนการสอนที่แตกต่างจากการท่องจำแบบเดิมๆ บ้าง เพราะคงจะสนุกไม่น้อย .. จินตนาการในวัยเยาว์มันมีน้อยๆ ซะที่ไหน :)


http://www.lpmp.org/ มองหา ถามหา ถามไถ่ ถึงแนวร่วม ร่วมอุดมการณ์ เพื่อนๆ ต่างเบือนหน้าหนี มีที่ชอบที่ชอบจริงๆ ก็ตัดใจจากภาระงานปัจจุบันไม่ได้ อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่า "มันจะเป็นไปได้จริงๆ หรือ"




ปฏิวัติการศึกษา ณ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา คิดเยี่ยงครู ดูอย่างครูใหญ่ โดยวิเชียร ไชยบัง
ปรัชญาสูงสุดของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา คือการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์


โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา คือ
- โรงเรียนที่ไม่มีการสอบ
- โรงเรียนที่ไม่มีเสียงระฆัง
- โรงเรียนที่ไม่มีดาวให้ผู้เรียน
- โรงเรียนที่ไม่ต้องใช้แบบเรียน
- โรงเรียนที่ไม่มีครูอบรมหน้าเสาธง
- โรงเรียนที่ไม่ได้จัดลำดับความสามารถผู้เรียน
แต่เป็นโรงเรียนที่
- โรงเรียนที่ครูสอนด้วยเสียงที่เบาที่สุด
- โรงเรียนที่พ่อแม่ต้องมาเรียนรู้ร่วมกับลูก
- โรงเรียนที่ทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

ปี 2550 ผ่านการประเมินระดับดีมาก 13 มาตรฐาน และระดับดี 1 มาตรฐาน จากสนง.ประเมินและรักษามาตรฐานการศึกษา / ปี 2549 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทัสมาเนีย ออสเตรเลีย ประเมินว่ามีคุณภาพระดับนานาชาติ


*ความกลัว - - ทำให้เราไม่กล้า
*การยึดติด - - ทำให้เราอยู่กับที่
*การเปลี่ยนแปลงก่อให้เกิดสิ่งใหม่
*ไม่ปรารถนาให้ท่านมองโลกในแง่ร้าย แต่ขอให้มองตามที่มันเป็นจริง
*กล้าที่จะก้าว กล้าที่จะเดิน เพื่อเรียนรู้และเปิดกว้างสิ่งใหม่ๆ แล้วคุณล่ะ พร้อมรึยังที่จะก้าวเดิน
*ทรัพยากรของโลก มีเพียงพอสำหรับทุกคน แต่ไม่พอสำหรับคนโลภคนหนึ่ง “มหาตะม คานธี”

เป้าหมายการศึกษาของแต่ละคนแตกต่างกันไป
- อยากให้ลูกเป็นหมอ จะได้หาเงินได้เยอะๆ
- ตัวเองลำบาก ทำงานใช้แรง อยากให้ลูกทำอะไรเลี้ยงตัวเองได้

เด็กๆ ควรได้รับการพัฒนาด้านใดบ้าง
1.ความฉลาดด้านร่างกาย PQ (Physical Quotient)
2.ความฉลาดด้านการคิด IQ (Intellectual)
3.ความฉลาดด้านอารมณ์ EQ (Emotional)
(พื้นฐาน) ความฉลาดด้านอารมณ์
1.ตระหนักรู้ตนเอง (Self Awareness)
2.การจัดการกับอารมณ์ (Managing Emotion)
3.การจูงใจตนเอง (Motivating Oneself)
4.การเห็นอกเห็นใจ (Empathy)
5.ทักษะทางสังคม (Social Skill)

4.ความฉลาดด้านจิตวิญญาณ SQ (Spiritual Quotient)
(การทำงานของจิตใต้สำนึก) ความฉลาดด้านจิตวิญญาณ
1.ควบคุมการทำงาน
2.เป็นที่บ่มเพาะบุคลิกภาพ
3.เป็นแหล่งพลังที่ไร้ขีดจำกัด
4.สั่งสมแรงจูงใจ
5.เป็นที่เก็บความจำฝังลึก
6.มีพลังการหยั่งเห็น


ทำไมต้องเล่านิทานก่อนนอน
นิทานส่วนใหญ่ คือ เรื่องราวที่คนใช้เพื่อสืบทอดวัฒนธรรม คุณธรรม หรือค่านิยมอันดีงาม และสภาวะที่ปลูกฝังได้อย่างดีคือช่วงที่สภาวะผ่อนคลายและกึ่งหลับกึ่งตื่น

คุณค่าความเป็นมนุษย์ ----------- ลดการเปรียบเทียบ ----------- คำพูดด้านลบ ----------- หลอกให้กลัว ----------- ใช้ความรุนแรง ----------- ยัดเยียดความรู้ ----------- บรรยากาศคลื่นสมองต่ำ ----------- สร้างภาพพจน์ด้านบวก ----------- จูงใจไม่ใช่บังคับ ----------- ต้องให้ความรัก

ทำไมต้องเล่านิทานก่อนนอน
เรื่องเล่าทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและมีคลื่นสมองต่ำลงจะทำให้หลับได้สงบ ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เล่าและผู้ฟัง ปลูกฝังค่านิยมอันดีงามหรือความรู้สึกที่ดีให้ผู้ฟัง เพราะขณะผู้ฟังกำลังหลับจะทำให้ความถี่ของคลื่นสมองต่ำลงและจิตใต้สำนึกเปิด ทำให้คุณค่าอันดีงามเหล่านั้นซึมซับสู่จิตใต้สำนึก ซึ่งจะส่งผลที่ดีในอนาคต

สมอง 2 ซีก
ซ้าย--------ภาษาการฟัง---------ความจำ ตัวเลข----------การวิเคราะห์และเหตุผล----------การจัดลำดับ-----------รายละเอียด แยกแยะ

ขวา--------การจินตนาการ-----------ความคิดสร้างสรรค์----------อารมณ์ความรู้สึก---------มติสัมพันธ์การเคลื่อนไหว----------ภาพรวม


ความเข้าใจคืออะไร
1.Can enplain สามารถอธิบายแนวคิดได้
2.Can interpret สามารถแปลความ
3.Can apply สามารถนำไปประยุกต์ใช้
4.Have perspective สามารถมองข้อดี ข้อเสีย
5.Can empathise มีความละเอียดอ่อน
6.Have self-knowledg รู้จักตนเอง

การสอนเพื่อจำ การสอนเพื่อสร้างความเข้าใจ
1.มุ่งตอบคำถาม What? ---------2.มีคำตอบเดียว ---------3.ตอบสนองความฉลาดด้านเดียว ---------4.เป็นความรู้โดดๆ ----------5.ประเมินเพื่อตัดสินหรือให้เกรด ให้ความสำคัญกับเนื้อหา

การสอนเพื่อสร้างความเข้าใจ -----1.มุ่งตอบคำถาม Why? How? -------2.มีหลากหลายคำตอบ ---------3.ตอบสนองความฉลาดหลายด้าน ----------4.เชื่อมโยงกับความรู้อื่นๆ ---------5.ประเมินอย่างต่อเนื่องและชัดเจน ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย

Key Question คำถามกุญแจคิด
1. คำถามให้คิดกลับ
- ห้าสิบอย่างที่เราไม่เห็นในแม่น้ำ
- ยี่สิบอย่างที่ใช้แปรงสีฟันทำไม่ได้แน่ๆ
- หาวิธีอื่นที่แก้โจทย์นี้

2.คำถาม ถ้า...แล้ว
- จะเป็นอย่างไรถ้าแม่น้ำหยุดไหล
- จะเป็นอย่างไรถ้าไม่ใช้แปรงสีฟัน

3.คำถามหาข้อเสีย
- ข้อเสียของการมีรถยนต์ส่วนตัว
- ข้อเสียของการใช้แปรงสีฟัน

4.คำถามหาสิ่งที่ร่วมกันหรือสัมพันธ์กัน
- แม่น้ำกับมนุษย์สัมพันธ์กันอย่างไร
- จักรยานกับแปรงสีฟันสัมพันธ์กันอย่างไร

5.คำถามที่สร้างทางเลือก
- มีวิธีดูแลรักษาแม่น้ำให้คงอยู่อย่างยาวนานได้อย่างไรบ้าง
- เดินทางไปกรุงเทพได้อย่างไรบ้าง

6.คำถามให้นึกภาพหรือทำนาย
- ให้นึกว่าอะไรต่างไปถ้าไม่มีแม่น้ำเจ้าพระยา
- แปรงสีฟันในอนาคตจะเป็นอย่างไร

7.คำถามถึงประโยชน์ด้านอื่น
- ขยะ ขวดน้ำอัดลม พลาสติกเปล่า ทำอะไรได้บ้าง
- แปรงสีฟันทำอะไรได้บ้าง

8.คำถามแบบน่าขันหรือไร้สาระ
- บ้านที่ไม่มีโครงสร้างจะเป็นอย่างไร
- เราจะทำให้ฝนตกได้ตามที่เราต้องการได้อย่างไร

9.คำถามหาคำถาม
- คำตอบ คือ “พลังงานทางเลือก” คำถามคืออะไร 5 คำถาม
- คำตอบ คือ “แม่น้ำ” จะตั้งคำถามอย่างไร

10.คำถามสู่การแปลความหมาย
- ให้เหตุผลว่าทำไมตื่นขึ้นมาตอนเช้า จึงไม่เห็นทุกอย่างเป็นสีดำ
- กินเค้กแล้วทำไมจึงมีรสหวาน

11.คำถามให้คิดค้น (นำบางสิ่งให้เด็กดูแล้วป้อนคำถาม)
- เห็นอะไร (ใช้ทักษะการสังเกต)
- คิดว่ามันคืออะไร และทำไมจึงคิดว่ามันเป็นสิ่งนั้น
- ค้นหาคำตอบได้อย่างไรหรือจากที่ใด


กรอบความคิดและวิธีการเดิมๆ ของการเรียนการสอนได้สร้างผู้ตามของเมื่อวาน มากกว่าสร้างผู้นำในอนาคต ผลผลิตทางการศึกษาส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงผู้ไล่ตามโลกปัจจุบัน ไม่ได้สร้างผู้นำในอนาคตที่จะก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ มากพอที่จะเป็นแรงกระตุ้นในการขับเคลื่อนสังคม แต่ทว่าการเรียนการสอนของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ได้พยายามสร้างความแตกต่างอย่างต่อเนื่อง

--------------------------------------------------------------อยากเป็นครูนอกกะลากันบ้างมั้ย?



สายลมกับทุ่งหญ้า

เรื่องราวของตากับหลานคู่หนึ่ง ได้อ่าน ได้ซึมซับ ถึงความหอมละมุนของตัวอักษรที่ วิเชียร ไชยบัง ได้ถ่ายทอดออกมาอย่างกลมกล่อม อ่านจบในวันที่ป่วย นอนซมอยู่กับบ้าน น้ำตาไหลใส่หมอน เพราะอิน ช่วงนี้เป็นไรไม่รุ อ่อนไหวจัง :)
เก็บเกี่ยว กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าที่พัดมาพร้อมกับสายลม..
อย่าโทษฟ้าดิน มันคือ ธรรมชาติ มันเป็นจังหวะของมัน เหมือนต้นไม้ ต้องกระทบแล้ง
จึงจะออกดอก เราเองต้องผ่านความลำบากเสียก่อน จึงจะพบความสำเร็จ

เราไม่อาจรั้งสิ่งใดไว้ได้หรอก เราได้แต่รักขณะที่ยังรักได้เท่านั้น

เวลาเป็นฟันเฟืองที่ใหญ่ที่สุด มันคงใหญ่มากจนเราสังเกตไม่เห็นถึงการเคลื่อนตัวของมัน
เหมือนกับที่เราสังเกตไม่ออกว่า ดวงอาทิตย์มันเคลื่อนที่ไปอย่างไร จะรู้อีกทีก็มืดค่ำแล้ว

เราเจ็บเพราะรู้สึกกลัวมากกว่าเจ็บจริงๆ

ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อๆ ไป ก็จะผิดไปด้วย เราต้องตั้งใจทำสิ่งต่างๆ ในครั้งแรกให้ดี

ทุกคนทำผิดกันได้ แต่ต้องกล้าหาญที่จะรับผิดต่อสิ่งที่เราทำ ทุกคนก็เคยทำผิด
แต่บางครั้งมันอาจไม่ได้มีสาเหตุเพราะเราคนเดียว เด็กขโมยแตงโมในสวน
อาจเป็นเพราะเจ้าของปลูกล่อตาล่อใจ หรือเพราะแตงโมได้ที่น่ากิน
หรือถนนบังเอิญตัดผ่านตรงนั้น ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่เพื่อปกป้องการทำผิดหรอกนะ
เมื่อทำผิดควรจะเป็นบทเรียนให้แก้ไข แต่บางครั้งมันก้ต้องได้รับการเยียวยา

เราควรกลัวโรคชราหรือเวลากันแน่ “ไม่ควรกลัวทั้งสองอย่าง” เพราะมันจะค่อยๆ เป็นไป
จนเราไม่รู้สึกตัว ไม่เจ็บปวดเหมือนยอดอ่อนของต้นไม้ที่เราไม่รู้ว่ามันงอกออกมาเมื่อไหร่
จะรู้ตัวอีกทีต่อเมื่อมันได้งอกออกมาเสียแล้ว
ขอบคุณหนังสือดีๆ ที่หมุนวน วนเวียนอยู่ใกล้ชีพจรของข้าพเจ้า ..

6.12.09

ตัวปลอม : อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์

ความสวยงามปรากฎกระจ่างชัด ทั้งในภาพ และเรื่องราวทั้งหมดของคลิปนี้



ตัวปลอม

เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นเหมือนเขา ไอ้ตัวจริงเรามันไม่เข้าที ต้องเป็นตัวปลอม ต้องยอมโดนย้อมตัวจริงที่มี หากเธอว่าดีก็ดีเชื่อเธอ แต่บางครั้งน้อยเนื้อต่ำใจ อยากกลับไปเป็นคนเหมือนเก่า อยากจะฝืนเพื่อเขา แต่เราไม่เคยสุขใจ จะยอมทำตามตัวเธอทั้งๆที่ใจ ก็อยากเป็นตัวฉันเองไง ดูโทรมเล็กน้อยหัวใจ ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เธอไม่เคยจะแคร์ว่าแท้ๆข้างใน เหนื่อยหน่ายเต็มทนทุกทีไป เธอเคยรู้ไหมใจจริง สิ่งที่สำคัญ ผ่านมาเนิ่นนานฉันยังสงสัย เกิดมีวันใดใจหมดเรี่ยวแรง ที่เคยยอมทนที่เคยสับสนมันมีเส้นแดง บทเรียนคงแพงหากเกินเส้นไป อยากให้รักๆฉันข้างใน สิ่งนอกกายมองไปแค่ผ่าน อยากให้รักนั้นหวาน บอกกันก็ยังไม่สาย กฎเกณฑ์ที่เธอเป็นคนคิดค้นให้ทำ ผิดถูกยังไงชี้นิ้วนำ เธอลองถามฉันสักคำ ไม่เคยมี อยากหลบไปเลยบางทีทุกครั้งที่เจอ ปรับเปลี่ยนไปตามสังคมเธอ เวลาชะเง้อตามเธอ เหนื่อยจนท้อใจ เธอลองถามฉันสักคำ ไม่เคยมี เวลาชะเง้อตามเธอ เหนื่อยจนท้อใจ

ชอบทั้งคู่ ทั้งสุนิ ทั้งเพลงตัวปลอม

หลายครั้ง ที่เขว ปล่อยให้ตัวเองเป็นไปตามบรรทัดฐานของคนอื่น

จนลืมนึกถึงความรู้สึกลึกๆ ของใจตัวเอง เพราะข้อจำกัดที่ว่าเรายังอยู่บนโลกกลมๆ ใบนี้

ทำให้บางครั้ง.. ก็ยากเหลือเกินที่จะทำตามใจตัวเองไปจนตลอดรอดฝั่ง

แต่ยังไงก็ตาม หากยังสามารถเตือนสติรู้เท่าทันการกระทำและความคิดของตัวเอง

และยังมีเหตุผลต่อการกระทำนั้นๆ ไม่ว่าเราจะทำเพื่อใคร ไม่ว่าจะตามใจคนอื่นหรือตามใจตัวเอง

ก็ไม่ได้สำคัญอะไร..

5.12.09

พ่อถอดรองเท้าไว้ ให้เห็นตรงนอกชาน


วันพ่อปีนี้ ก็คล้ายๆ กับทุกๆ ปี ที่หม่ามี๊ผู้ใจดี ได้หนีลูกๆ ไปปฏิบัติธรรมที่วัดตลอดทั้งสัปดาห์ ปล่อยให้เราพ่อลูก อยู่พะเน้าพะนอกันตามลำพัง ..แต่ก่อนไป ก็ไม่ลืมที่จะแกะส้มจิ๋วไว้ให้ลูกสาวสุดท้องกินแก้คิดถึง


และก็มีภารกิจทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ให้พวกเรา(พ่อกะลูก)นำทองเหลือง ซึ่งเป็นของเก่าแก่ของตระกูล(ที่ไม่ได้ใหญ่โตนัก) ไปถวายพระ บนยอดเขานาคเกิด เพื่อหลอมเป็นพระต่อไป พวกเราพ่อลูกจึงนัดหมายกันตอนเช้าตรู่ 6 โมงตรง บนพื้นห้องครัว เย้!!

หลังจากตักบาตรกันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ได้ดื่มด่ำบรรยากาศบนยอดเขาสูงๆ ในยามเช้า ก็ทำเอาหนาวเหน็บกันไปตามๆ กัน เจ้าลมวายุรึ ก็พัดแรงซะเหมือนกับเปิดพัดลมเบอร์ 10 แม้เราลูกน้อยจะตัวอ้วนพีแต่ก็ร่ำๆ จะปลิวไปเสียให้ได้ มือไม้ก็เย็นไปหมด แต่ก็แปลก.. ที่กายภายนอกอันเหน็บหนาวก็ไม่ได้ย่างกรายเข้าไปหนาวถึงข้างในหัวใจเหมือนอย่างที่กายภายนอกแสดงออก กลับรู้สึกอบอุ่นจากไออุ่นของใครคนนึงข้างกายอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งมันคงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปในทุกๆ อณูของลมหายใจเข้าออก



และแล้ว.. วันหนึ่งวัน ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ยังเหลืออยู่คงจะเป็นเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและความสุข ที่ยังคงหมุนวนอยู่รอบๆ ตัวเรา และคงไม่ใช่เพียงแค่วันนี้ ที่จะเป็นคนสำคัญ หรือวันสำคัญ เพราะเราต่างก็รู้ดีว่า ไม่ว่าวันไหนๆ มันก็จะยังคงเป็นอยู่อย่างนี้
เคยได้ยินเค้าพูดกันว่า หากในวันสำคัญ เรายังไม่เห็นว่า "สำคัญ" ปล่อยให้ภารกิจอื่นใดมาแทรกแซงจนวันสำคัญนั้นๆ ผ่านไปได้อย่างเฉยเมย ก็อย่าไปหวังว่าวันอื่นๆ ที่แสนจะเรียบง่าย มันจะกลายเป็นวันสำคัญได้ (พูดให้งงเข้าไปอีก)เพราะแม้แต่วันที่ควรเห็นว่าสำคัญ คุณยังไม่สามารถให้ความสำคัญกับมันได้เลยนิ :) เออ.. จริงแฮะ
แสดงว่าหลายคนที่อยู่รอบๆ กายเราก็ยังถือว่าโออยู่ เสือเธียร์เองก็ถือว่าใช้ได้เลย ทั้งเข้าใจ และปฏิบัติในสิ่งที่ควร.. แม้จะกินสุกี้กันคนละหม้อ คนละเวลา คนละสถานที่ แต่ก็คงอุ่นใจไม่แพ้กันละน้า งี้..ก็ไม่เสียแรงที่เลือก และก็ถือได้ว่าเลือกคนไม่ผิด



เราจะอยู่เพื่อรัก และดูแลกันเสมอ


เมื่อก่อนครั้งฉันเป็นเด็กน้อย คอยแต่คลานพ่อหัดตั้งไข่ให้จนฉันเดินเป็น เตาะแตะก้าวทีละน้อยค่อยๆ เข็นจับเกาะพ่อ
เดินเล่น ตามประสาเยาวว์วัย พ่อถอดรองเท้าไว้ ให้เห็นตรงนอกชาน ฉันเจ้าเด็กน้อยลองใส่สวมเดินภูมิใจอยากใส่ไว้
ให้เหมือน แม้จะหนักยังเดินไหว พ่อยิ่งใหญ่เหมือนภูเขาเราจะตาม ข้างหน้าที่ทิ้งไว้คือรอยเท้าที่พ่อเดินลูกเหยียบ
ย่าง ไม่ห่างเหินเดินตามย่ำบุกป่าเขาลำเนาไพร ไม่ครั่นคร้ามเด็กน้อยตามอย่างพ่อ ไม่ท้อเดินไปเติบใหญ่ถึงวันนี้ พบ
ชีวิตที่ผกผันฉันจึงได้รู้ว่าการเดินไม่ง่ายดังใจวันที่ถูกทุกข์ทับถม ขมขื่นใจสักเพียงไหน รองเท้าพ่อคู่ใหญ่ยังสอนใจ
เราวันที่ถูกทุกข์ทับถม ขมขื่นใจสักเพียงไหน พ่อยิ่งใหญ่ เหมือนภูเขาเราจะตาม

ด้วยรักและเคารพจากใจ.. น้องนุชสุดท้อง

3.12.09

พื้นที่เล็กๆ


2.12.09

เสื้อผ้าลดโลกร้อนโครงการ 3





Image Hosted by ImageShack.us



เก็บเสื้อผ้าบริจาคมากมาย จนเอวเคล็ด
แต่ปีนี้ไปไม่ไกล ลัลล้ากันใกล้ๆ ที่จังหวัดชุมพร นอน นอน นอน..
บริจาคกันมาเยอะๆ นะจ๊ะ จะรอ ร้อ รอ..
jubjub






เดี่ยว 8

แย่จัง บัตรเต็มหมดแล้วววววอ่ะ เวปไซต์ Thaiticket ถึงกับล่ม(จม) เลยทีเดียว
แต่อันนี้ ด้วยการสนับสนุนจากหลายฝ่าย จึงทำให้ได้มาแร้น ป้าดดิ่โธ่!!!!!!
รายละเอียดการซื้อบัตรของคุณมีดังนี้
คุณใช้บริการซื้อบัตรกับเราเมื่อ วันที่ : 08-12-2009 10:15:33
โดยคุณเลือกชมรายการ : Note Udom No.8 - เดี่ยว 8
สถานที่แสดง : Royal Paragon Hall 2
วันที่ : 14-02-10 เวลา : 19:00
ซน : C2ที่นั่ง
เอาวะ!! ดูเดี่ยว 4 ไปเมื่อ 14 ก.พ.ปี 1999
อยากรู้เหมือนกัล ว่าเดี่ยว 8 ปี 2010 นี้ ชายคนที่จะมานั่งข้างๆ จะยังเป็นคนเดิมอยู่ม้ายยย??

1.12.09

สะดือแห้ง




ผ่านวันเกิดมาเกือบเดือนแล้ว ถ้าอยู่ในวัยทารก มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ สะดือก็คงจะเริ่มแห้ง
(ท่าทางจะแห้งจริง อย่างที่ใครบางคนพูด)


เหตุใดเลข 3 มันถึงได้วาบหวามขนาดนี้ (วาบหวามนะ ไม่ใช่ร้าวราน)
จิการัตน์ในวัยเลข 3 นำหน้า มีคนมารอต้อนรับอยู่ฝั่งนี้เต็มไปหมดแล้ว ก็เล่นมาโผล่ซะปลายปีเชียว เพื่อนๆ ก็ล่วงหน้ากันไปแล้วอ่ะดิ่ หึหึ..



30 ปีมาแล้วที่เมื่อถึงวันเกิด หม่ามี๊กับคุณป๋าจะผัดหมี่เหลืองเส้นอวบๆ ให้กินคู่กับไข่แดง นัยว่าให้ลูกสาวคนสุดท้องมีอายุมั่นขวัญยืน มีความสุข และเฮงๆ และปีนี้ก็ไม่พลาดเช่นกัน ที่จะนั่งนับเวลาเกิด (พูดเหมือนกันทุกปี) แต่เป็นการนั่งพูดเรื่องเดิม เนื้อหาเดิม บรรยากาศเดิม คนถ่ายทอดคนเดิม คนฟังคนเดิม ที่ฟังแล้วไม่น่าเบื่อเลยสักนิด



แม้จะเป็นเพียงวันหนึ่งวันที่ผ่านไป ทำให้การสะสมแต้มอายุลุล่วงไปอีก 1 ปี แต่ความอบอุ่นที่ได้รับจากทุกคนที่รายล้อมรอบตัวก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม 30 ปี(ต้องย้ำบ่อยๆ) ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดู ทำให้ได้คิด ได้จำ ได้เรียนรู้กับหลายสิ่งหลายอย่าง ความยั้งคิดและการตรึกตรองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสติคืบคลานมาสิงสถิตอยู่ในใจ ในวัยเข้าใกล้เลข 3 และจะตระหนักรู้ให้มากยิ่งกว่าเดิมในวัยที่ล่วงเลยเลข 3 ถ้วนไปแล้วด้วย


ถึงแม้ "อายุเป็นเพียงตัวเลข" อย่างที่ใครๆ ชอบพูดกัน มันก็จริงอยู่ แต่การที่คนๆ นึงไม่ได้ใส่ใจเลยว่าอายุตัวเองนั้น ล่วงเลยเข้าไปกี่สิบพรรษา แต่ยังคงทำตัวเริงร่าเหมือนเดิม คิดเหมือนเดิม เหมือนกับเมื่อครั้งยังเป็นเด็กหรือใจร้อนวู่วามเหมือนวัยรุ่นวัยขบเผาะนั้น ย่อมไม่เหมาะสม ความแก่หงำเหงือกมาคืบคลานเข้ามาเพื่อเตือนสติให้เราเป็นคนๆ นึง ที่จะเป็นตัวอย่างให้เด็กดูได้อย่างไม่เอียน น่าจะดูดีกว่าให้เด็กมานั่งสอนหรือถอนหงอก :)



ทำดีเดือนเกิดของชาวตราชั่งและแมงป่อง ฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้นิมนต์พระ 9 รูป มาให้สาวกที่เกิดราศีเดียวกัน ได้ตักบาตรร่วมขันในยามเช้า พอบ่ายหน่อยก็มีกาชาดมารับบริจาคโลหิต ไอ่เราก็เฉียดได้นอนให้น้ำเกลืออีกหน ด้วยว่าลืมทู้กทีว่าเป็นสตรีวัยสาวที่ยังมีนั่นมีนี่อยู่ ขืนหน้ามึนยอมให้เลือดออกหลายทาง ก็มีหวังได้นอนหน้าซีดเป็นไก่ต้มเหมือนเมื่อครั้งก่อนให้ได้สมน้ำหน้ากันทั้งบางเพราะไม่ระวัง ไม่ใส่ใจ และไร้สติ :) เสาร์อาทิตย์นี้ตั้งใจว่าจะไปเอาเลือดออกจากร่างกาย หลังจากเข้าสู่สภาวะปกติ หายจากป่วยไข้มาหลายวัน




เรื่องดีๆ เรื่องสะใภ้ในเดือนนี้ก็มีมากมาย หนึ่งในนั้นคือ a day นิตยสารที่ติดตามเป็นประจำ เดือนนี้ พ.ย. 52 ก็เอาใจด้วยบุรุษไปรษณีย์นามอุดม แถม Penfriend หรือเป็นเฟรนด์ด้านในก็ยังมีจิการัตน์หราอยู่ด้วย ไปรษณียบัตรฉบับแรกมาถึงแล้ว ด้วยความยินดีที่ยังมีคนอยากเขียนถึง ได้เวลาต้องจัดการส่งหาสหายที่ไม่ได้เห็นหน้ามั่งแล้ว :: ขอบันทึกไว้ ณ ที่นี้ ว่ากรี๊ดบ้านแทบแตกเมื่อรู้ว่า a day ฉบับนี้เป็น a dom ของกระผม :)


ขอบคุณสิ่งดีๆ ทั้งมวล ที่ได้หมุนเวียนเป็นวงจรอยู่ในชีวิตของข้าพเจ้า
30 ยังแจ๋ว!!!

http://www.stormclub.com/webboard/topic.php?id=00010120



jubjub

25.11.09

อุดหนุน

คำๆ นี้ผุดขึ้นมาพอดี ในระหว่างนั่งรอให้ครบเวลาปลุกหม่ามี๊คนดีของกระผมมากินยาแก้ไข้.. (ติดกันงอมแงม)


ระยะนี้ได้คลุกคลีกับคำนี้บ่อยๆ ด้วยว่าไปป๊ะเอากับร้านค้าที่น่าสนใจอยู่ 2 ที่
ที่แรก เครื่องแกงตำมือ ของลุงๆ ป้าๆ แถวบ้านป่าคลอก ที่ตัวเรากับพี่จุ๋มเที่ยวไปวนๆ เวียนๆ อยู่หลายครั้งหลายครา ตั้งกะเริ่มทำโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูน จ.ภูเก็ต เห็นลุงๆ ป้าๆ ตำโชว์กันเป็นเรื่องเป็นราว มีคนมาดูงาน มีที่มีทางพร้อม แต่เพิ่งได้อุดหนุนจริงจังก็เมื่อไปเยือนลุงจุรุนเมื่อครั้งหลังสุดนี้ ใจนึงที่อุดหนุนก็เพราะอยากจะสนับสนุนลุงๆ ป้าๆ ที่นั่งตำกันตั้งแต่เช้า เลยซื้อมาฝากคุณป๋ากับหม่ามี๊ในปริมาณที่ป้องกันการถูกดุ แต่ในใจก็ยังหวั่นๆ ว่าซื้อถูกเรื่องถูกราวเค้ามั้ยหลาวนิ? เดี๋ยวโดนโวยอีก รับหน้าที่ซื้อของเข้าครัวทีไร ต้องอธิบายกัน 3 วัน 7 วัน กว่าจะซื้อมาถูกต้อง



หาเรื่องซื้อเครื่องแกงตำมือไปฝาก ด้วยความปีนเกลียว หึหึหึ.. มีหวัง :)

เพราะปกติน้องนุชสุดท้องอย่างกระผม ที่มีทั้งบิดา มารดา และพี่สาว ที่สามารถปรุงอาหารได้หอมอร่อยเหาะ ก็ได้แต่นั่งรอตากลมๆ แววๆ อยู่บนโต๊ะ เพื่อให้อาหารสำเร็จรูปมากมายถูกลำเลียงออกมาจากครัวอย่างหอมฉุย โดยที่ไม่เคยได้เห็น แม้แต่หน้าตาของวัตถุดิบ


แต่ขอโทษ!! วันนี้.. ข้าพเจ้าสามารถจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตอันได้คุณภาพ มาประเคนให้บิดามารดาได้ปลื้มกับความสามารถนี้ โอวววว มันยอดมาก.. หลังจากเรียกร้องกันมาหลายวัน ถึงขนาดให้ดูเบอร์โทรที่ข้างถุง เพื่อจะได้โทรไปถาม ว่าลุงป้าฝากขายที่ไหนมั่งนิ? ได้ความว่ามีที่เดียวคือ ตลาดนัดสามกอง จะมีป้ายติดพร้อมว่าเครื่องแกงตำมือนี้ มาจากที่ใด (ระวังของลอกเลียนแบบ.. เฮ้อ!! ของอย่างนี้ยังแทบจะต้องจดลิขสิทธิ์กันเลย) เอาเป็นว่า เราเชียร์เติน!! เราเชียร์เติน!! หนับหนุนเต็มที่ ใครอยากกินเครื่องแกงตำมือรสเด็ด ติดต่อได้ที่กลุ่มเครื่องแกงตำมือ แม่บ้านท่าหลา หมู่2 ต.ป่าคลอก โทร 089-9401709 ป้าเค้าใจดี คุยได้ ถามได้ อุดหนุนได้ หรือใครจะบุกไปซื้อได้เลยที่หน้าหาด บริเวณโรงเรียนวีรสตรีอนุสรณ์ ลุงป้าเค้าตำขายกัน สด สด ราคาถูก รับประกันความอร่อย จากคนช่างเลือก ดั่งเช่น คุณป๋า กับหม่ามี๊ของกระผม

งานนี้ ได้วัตถุดิบดีๆ มาปรุงอาหาร แถมยังได้สนับสนุนลุงป้าที่ยอมนั่งหลังขดหลังแข็ง ตำเครื่องแกงร้อนๆ สืบทอดไว้ให้ลูกหลานได้เห็นอีกด้วย ไม่ใช่ใส่เครื่องแล้วปั่นออกมาปรื้ดเดียวไหลออกมาอย่างไม่มีศิลปการผลิต :) มีทั้งเครื่องแกงส้ม แกงกระทิ แกงพริก แกงเขียวหวาน ฯลฯ ต้องลองสอบถามดู ใครบุกไปไม่ถึงป่าคลอก แวะเวียนมาหาดูที่ตลาดนัดสามกองก็ได้ ลุงๆ ป้าๆ เค้าบอกว่า มีอยู่เจ้าเดียวที่รับมาขายจ้า..

พรุ่งนี้ พี่จุ๋มกับพี่กระแต ไปบรรยาย บ้านข้าพเจ้าก็ได้ฤกษ์ฝากซื้อเครื่องแกงมาเป็นกิโลอีก เย้ๆๆ
เครื่องแกงตำมือ จงเจริญ!!


สำหรับอีกที่ ไก่ทอดบังเดช หลังโรงพยาบาลพันธมิตร ที่เสือเธียร์คุยโวนักหนาว่าน่ากิน อร่อยลิ้น อร่อยเหาะ ซึ่งอันตัวข้าพเจ้านี้ที่โปรดปรานไก่ทอดอยู่เป็นทุนเดิม จนโดนบุพการีเหน็บบ่อยๆ ว่ากินไก่จนจะบินได้อยู่แล้ว เมื่อเป็นดั่งนั้น แล้วมีหรือที่จะทนไหว หากโดนยั่วยวนซะขนาดน้าน..


วันแรกซัดไป 2 ชิ้น ข้าวเหนียว 1 อร่อยล้ำ จนทำให้วันนี้ต้องรีบตื่นตักบาตร เพราะนึกถึงรสชาติเข้มข้นของเนื้อไก่แห้งๆ ไม่เฉอะแฉะกับข้าวเหนียวนุ่มๆ น้ำจิ้มรสเด็ดไม่เลี่ยน อีกทั้งยังสบโอกาสที่วันนี้บิดามารดาไปวัดนาเตยที่พังงาตั้งกะเช้าตรู่ ก็เลยไม่มีใครนั่งกินกาแฟเป็นเพื่อนให้ครึกครื้นเหมือนทุกวัน ข้าพเจ้าเลยได้จรลีไปซบอก(ไก่)ของบังเดชอีกครั้ง และวันนี้ก็ได้ซื้อไปฝากสหาย 2 สาว อีกคนละชิ้น เพื่อจะได้ลิ้มรสความอร่อยไปด้วยกัน ::สรุปบังเดชมีแฟนคลับเพิ่มเป็น 3 คนถ้วน!!

อันที่จริง ไก่ทอดอร่อยๆ ก็หากินได้ดาดดื่น แถวๆ โรงพยาบาล ตรงหน้าร้าน idea เก่า เราก็แวะซื้อกินกันจนถนนสึก แห้งๆ เข้มๆ เหมือนกัน แต่ไก่ทอดของบังเดช มีเสน่ห์ดึงดูด ด้วยมีกลิ่นสมุนไพรนิดหน่อย คนไม่ชอบสมุนไพรอย่างเรายังเหมาว่าอร่อยทั้งร้าน อีกทั้งไมตรีจิตอันดีงามของเจ้าของร้านที่ชวนให้ไปซื้อได้ทุกวี่วันไม่มีเบื่อ แม้หน้าตาจะดุดัน แลดูเหมือนคนใจร้าย แต่พอไปยืนใกล้ๆ ก็กลับกลายเป็นคนพูดจาหวานหู เสือเธียร์นำเสนอไก่ทอดหอมๆ พร้อมกับคำว่า "ครับผม ขอบคุณครับผม" อะไร อะไรก็ครับผมไปหมด ดูสุภาพล้ำกว่าหน้าตาไปตั้งหมื่นลี้ ทีแรกก็นึกว่าอำ พอไปเจอเข้าจริง เออ.. น่ารักดีแฮะ

อ่ะ.. จะขึ้นทำเนียบไว้ล่ะนะ ไก่ทอดสมุนไพร บังเดช ครับผม หนับหนุน หนับหนุน ครับผม :)



--------------------

ชื่นใจจริงๆ มีคนดีๆ ประกอบอาชีพสุจริต อยู่รายล้อมรอบตัว เห็นควรสนับสนุนอย่างเร่งด่วน หุหุ

fw :

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

19.11.09

MazKaz DonT_TeaM

จัดให้เพียวๆ เลย สำหรับน้องชายหน้ามึนคนนี้..
ด้วยว่าระยะนี้ SNL ทำการระดมสมอง งัดเอาคำภูเก็ตวันละคำมาโพสกันไว้ในเมล เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดภาษาพื้นถิ่นของพวกเรา นั่งคิดนั่งพิมพ์ อ่านของเพื่อน อ่านของตัวเอง ก็ขำ ~~
แต่วันนี้ ในระหว่างที่กำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ เมลนี้ก็โผล่ขึ้น เริ่มจากเลข 1.ด้วยน้า (ของคนอื่น เค้าพิมพ์ต่อๆ กันมา ใครคิดออก ก็ใส่หมายเลขใหม่ต่อท้ายข้อความ) ไอ่เจ้านี่ คงอ่านคำสั่งไม่เคลียร์ มิน่าถึงได้สอบตกตลอด เพราะงี้นี่เอง หุหุ..
แร้ววว แค่นั้นยังไม่พอ หลายคำที่เค้า up ไปแล้ว ม้านนนนน ก็ยังเอามาใส่ไว้อีก(อย่างหน้าตาเฉย) มันหน้ามึนมั้ยล่ะ ไอ่เด็กน้อยข้าวมันไก่คนนี้ และที่ได้เอาหน้า(ปิดหน้าเหมือนเดิม) มาจัดไว้ให้โดยชับโผะ ก่อนจะ up คำภูเก็ตอื่นๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็เพราะ พวกเรา SNL MAN เคยเม้าท์กันก่อนหน้านี้ว่า "ไอ่เด็กน้อยข้าวมันไก่คนนี้" มันชอบพูดใต้คำกลางคำ(แสดงความบ้านๆ เต็มที่) โดยไม่ขัดเขิน.. โดยส่วนตัวก็ชอบอยู่ เด็กที่ไม่ Make หรือ Fake โอเคร!! ผ่าน..

แต่ละอัน ที่น้องมันส่งมา โปรดดูด้วยตาเปล่า เอาเอง :)


1.จัดไปอย่่าให้เพลียะเหมีย-- อาการสะดุดหกล้ม

2.ตากหลัง-- คล้้ายๆ กับอันแรก แต่ถ้าตากหลังจิงๆมีหัวแตก เพลียะเหมียแค่ปวดๆ (เกี่ยวปะวะ +555)

3.บินผูน-- กะละมัง

4.เจียนสี-- ตะหลิว

5.จุ๊ยก้าว--คูน้ำ

6.ซัวเต้ง--บ้านนอก

7.เหล่าเ้ต้ง--ข้างบน

8.ซิเบ้ง--ตาย

9.จั้ว--อวดเก่ง ชอบโชว์

10.ดีปรี--พริก

11.บังซีกู๊--ละมุด

12.จ้อง--อวัยวะบางอย่างแข็งตัว -"-z?

13.เห็นดู--น่าสงสาร

14.ปุ้นเต๋ --ของพื้นเมืองภูเก็ต

15.พรรนั้น --อย่างนั้นแระ

16.หมูฮ้อง--หมูเทพเจ้า กินจานเดียวไม่เคยพอ +555

17.เชียด--ตัด

18.โห๊เหลี่ยว --ของดีๆเพนิ

19.โอ๊วเอ๋ว--น้ำแข็งใสใส่น้ำแดง มีวุ้นทำจากกล้วยน้ำว้าสุกและสาหร่ายทะเลลึกสบายรูสิท่า กับถั่วแดง เจ้าแรกแห่งภูเก็ต ชื่อแป๊ะเอ้ง อยู่แถวตรอกสุ่นอุทิศ แต่ตอนนี้แกซีเบ้งแล้ว ลูกหลานแกทำต่อ

20.หวันเช้า--ตอนเช้า

21.หวันช้าย--จะให้เปนตอนเช้าได้ไง +555

22.อั้งโล่ --เตาถ่าน

23.อาโป๊ง--มันก้อคืออาโป๊ง บอกไม่ถูก ร้านกินหรอยอยู่ตรงโรงเรียนบางเหนียวร้าน โก๊เนี้ยว

24.เปาล้าง--ข้าวเหนียวก่อกับใบตองแล้วเอาไปย่าง

25.บี๊โกหมอย--ไม่ได้ทะลึ่งแต่มันมีจิงๆ ตะลึงตึงๆ +555 เหนียวดำราดน้ำทิ

26.โกสุ้ย--ขนมถ้วยน้ำตาลแดง คนภูเก็ตนิยมกินกับโกปี๊ --กาแฟ

27.แป้งจั่วจูหุ้น --แป้งมันสำปะหลัง

28.โอต้าว--โอต้าวคือโอต้าวจะให้เป็นโอวัลตินก็ไม่ได้ +555

29.จ๊อก๊อง --ปู่ทวด

30.จ๊อหม๊า --ยายทวด

31.ซึ้งอ๋วน--น้ำแข็งใส เฉยๆต่างกับโอเอ๋ว นะจ๊ะคนสวย ขยายฟาร์มนิดนึง ซึ้ง แปลว่าน้ำแข็ง ถ้าโกปี็ซึ้ง ก็คือ กาแฟใส่น้ำแข็ง เซล้องอูเล้งซึ้ง ก็คือ ชาเย็นใส่น้ำแข็ง

32.โตหลอง--ขอร้อง

33.ปุ๊ดเส็ง --ไม่ได้เรื่อง

34.โบ่เปี่ยน--คล้ายๆกับปุ๊ดเส็ง


เอ่อ นึกไม่ออกแขบไปลอกการบ้านก่อนเด๋วให้มะออกจากโรงพยาบาลก่อนเด๋วจะไปถามมาเหรย นะจ๊ะตัวจี้


ส่งท้ายแล้วกันเพิ่งนึกออกเพราะกินแต่เช้า แกงกะหรี๊ฝ่าน คนภูเก็ตมักจะไม่พลาด ไม่ต้องภูเก็ตก็อย่าพลาด เพราะมันเป็นของภูเก็ตโบราณมากๆตั้งแต่ไหนแต่ไรเป็นของจีนไหหลำ ร้านอยู่ตรงหน้าอ๊ามบางเหนียวที่เดียวในภูเก็ตหากินที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว ถ้าร้านนี้เจ๊งก็คงไม่มีกะหรี๊ฝ่านให้น้องแบงค์กินนน


กะหรี๊ฝ่าน เป็นแกงราดข้าวมี กะหรี๊ฝ่านปลา หมูทอด แล้วก้อหมูบะช่อ แต่รุสึกหมูบะช่อเด๋วนี้จะไม่มีแร้วนะ
ว่าแล้วอย่าลืิมไปกินนะ ราดแกงพูนๆกินกับอ๋วนหมูทอด อัลหละปะโต้ย หร้อยย่างแรงงง


ไปแระนะ กั้มเสี่ยๆ แปลว่า ขอบคุณ

18.11.09

Bulletin >> ส่งภาพชิงตาบัก



http://www.phuketbulletin.co.th/web/Photo/

หาเรื่องหนุกๆ ลุ้นกินตาบัก บูลเลทินใจปล้ำ แจกวันละ 4 ใบ

ใบนึง ซื้อหนึ่งฟรีอีกหนึ่ง

(เสียดายที่สงวนสิทธิ์ 1 ใบ 1 คน เลยต้องทำสนธิสัญญา โดยป๋าเธียร์เป็นเอเย่นต์)



แหลมพรหมเทพยามสิ้นแสงตะวัน


จิการัตน์ วงษ์เทวัญ (จุ๊บ จุ๊บ) (เข้าชม 99 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 11 พ.ย. 2552


เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดมักเข้าปกคลุมจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น

คงเหลือเพียง ความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ เท่านั้น

ที่กลางคืนไม่สามารถกลืนกินหรือแทนที่มันได้..

----------------------

ก่อนแสงตะวันจะลับไป ..ในยาง


เธียร์ ธารสิริโรจน์ (เข้าชม 52 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 12 พ.ย. 2552


แสงตะวันค่อยๆ ลับ ดับไป แต่ในหัวใจพวกเราทุกคนยังคงเริงร่า

เพราะในใจยังคงรู้ดี ว่าพรุ่งนี้แสงของวันใหม่ .. ก็จะปรากฎงดงามเหมือนเดิม
----------------------

แหลมไผ่ อยู่ตรงไหนของภูเก็ต


อนุวัฒน์ พูลสิน (เข้าชม 40 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 13 พ.ย. 2552


แหลมไผ่ อาจจะไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่

แต่จริงๆ แล้ว มันอยู่ใกล้เราแค่เอื้อมเองนะ ขับผ่านราไวย์ ก่อนได้เห็นแหลมพรหมเทพ

หาดนิ่งๆ เงียบๆ สงบๆ ก็รอให้เราไปนั่งเล่น นอนเล่น ปล่อยตัวปล่อยใจ อย่างสบายอารมณ์..

ว่าแล้วก็คิดถึง :)

Pic :: แบ่งที่ว่างตรงกลางไว้รอ เพื่อให้เราได้ถึงดั่งฝัน ร่วมกัน..
----------------------

ถนนดีบุก - - ชิโน กับ โพท้อง


ภูษิต ภาษี (เข้าชม 40 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 13 พ.ย. 2552


เพิ่งค้นพบ มุมหนึ่งบนถนนสายนี้

เป็นมุมที่ดีมากมากอีกมุมหนึ่ง ที่จะเก็บภาพบรรยากาศประทับใจ

ในช่วงเทศกาลถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต
----------------------

ประตูเมืองภูเก็ต


สิทธิธัช ฤทธิไกรรณการ (เข้าชม 35 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 14 พ.ย. 2552


ไข่ขาวๆ ไข่ใหญ่ๆ คงไม่มีใครไม่เคยเห็น

จากต่างจังหวัดเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต รถทุกคันจะต้องผ่านประตูเมือง

ซึ่งเป็นที่กบดานของไข่เต่า ขาวๆ ใหญ่ๆ นับไม่ถ้วน



::ณ วันนั้น พวกเรา SNL ได้ไปรอต้อนรับ Monster 696

รถมอเตอร์ไซค์จากค่าย Ducati 2 คันแรกในจังหวัดภูเก็ต

ซึ่งเป็นของเพื่อนๆ ในกลุ่ม ก่อนจะได้ฤกษ์เดินทาง จึงมีเวลาเก็บภาพประทับใจ และเราก็เลือกตรงนี้ ..ที่ๆ มีไข่เต่า
----------------------

วัดสะปำ ยามเย็น


แสนศักดิ์ ทนงูเหลือม (เข้าชม 27 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 14 พ.ย. 2552


สถานที่นึง ซึ่งเงียบ สงบ สงัด หลายคนมาทำวัตรเช้าและเย็นกันที่นี่

ประทับใจตรงที่วิวจากด้านบน ชวนให้ขนลุก :)

อย่าคิดมาก!! ที่ขนลุกน่ะ เพราะด้านหลังของวัดมีพื้นที่ทำนากุ้งอยู่หลายเอเคอร์

มองแล้วสวยงามดี และค่อนข้างแปลกใจที่มันยังมีหลงเหลืออยู่อีกหรือ สถานที่แบบนี้ในเมืองแห่งการท่องเที่ยว
----------------------

หมอกเกิด ที่เขานาคเกิด ภูเก็ต


สุรวิชญ์ กิตติวุฒ (เข้าชม 26 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 14 พ.ย. 2552


เขานาคเกิดในวันเกิดหมอก ..

เช้าวันปิยมหาราช 2551 ยามเช้าตรู่ที่แสนจะโชคดีของพวกเรา นัดหมายกับเพื่อนมากมาย

จะขี่มอเตอร์ไซค์ไปชมวิวบนเขาในยามเช้า แต่ฝนดันตกยังกะพายุเข้าก่อนจะได้ออกจากบ้าน

ยังเหลือสองเราที่ไม่ย่อท้อ

รอจนฝนหยุด.. เลยได้ไปสะดุดกับหมอกเข้าอย่างจัง :) โชคดีจังเลย..
----------------------

เสียงระฆังดังบนเขานาคเกิด


ดำรง จันทนาค (เข้าชม 18 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 16 พ.ย. 2552


ระฆังน้อย ร้อยเรียงราย...

ปะทะกับสายลมอ่อนๆ ตอนใกล้ค่ำ
----------------------

เส้นทางหรรษา บนเขาเรด้า..


ทรงยศ พงศ์สว่าง (เข้าชม 4 ครั้ง)ได้รับรางวัลวันที่ 18 พ.ย. 2552


ถนนทอดยาวไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา

วิวสวยได้อารมณ์ประหนึ่งว่าได้ดอมดมหอมกลิ่นธรรมชาติไปตลอดเส้นทาง



งานนี้.. เลยพลาดไม่ได้ ที่จะโชว์พาวว :)

9 รางวัล คูณ รางวัลละ 3 ใบ ใบนึงซื้อ 1 แถม 1 กินกันได้ถึงภพหน้าละฮะ.. งานนี้!!